นรกเพลิงแค่ 30 นาที บ้านแออัด 3 หลังวอดวายทันตา
เมื่อเวลาบ่ายแสงแดดยังส่องอ่อน วันที่ 6 มีนาคม เพลิงโหมกระหน่ำ ชุมชนหลังวัดทุ่งครุ ซอยประชาอุทิศ 84 จนเปลี่ยนชีวิตสงบเป็นแผ่นดินไฟ บ้านไม้ติดกัน 3 หลัง กลายเป็นเถ้าธุลี ผู้ประสบภัยต้องยืนมองบ้านที่อยู่อาศัยเพียงใดถูกไฟกลืนหายไปตรงหน้า
เรื่องราวเริ่มต้นที่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 5 ของ นายสมชัย วัย 76 ปี ผู้พิการทางการได้ยิน ก่อนกลายเป็นต้นเพลิงที่ไม่มีใครคาดคิด
เศษไม้กองเก่า กลายเป็นกองเพลิงรุนแรง
นางสาวบุษบา พูนพิทัก อายุ 60 ปี เพื่อนบ้านคนสนิท เล่าถึงวินาทีชีวิต ก่อนเกิดเหตุได้กลิ่นคล้ายการก่อเตาฟืนเป็นปกติ ใครจะรู้ว่าเป็นสัญญาณอันตราย เพราะหลังบ้านนายสมชัย เศษไม้ถูกสะสมไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นฟืนหุงข้าวประจำวัน
ขณะนายสมชัยหลับใหลอยู่บริเวณหน้าบ้าน ความพิการทางหูทำให้เขาไม่รู้ตัวถึงเสียงเพลิงปะทุ เมื่อรู้ตัวอีกทีไฟได้ลุกลามยันบ้านข้างเคียงแล้ว
ภารกิจระทึก! รถดับเพลิงติดนอกชุมชน
เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงทุ่งครุและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่ เมื่อ:
- ทางเข้าชุมชนแคบ มีเพียงสะพานปูนขนาดเล็ก
- รถดับเพลิงใหญ่เข้าไม่ถึงจุดเกิดเหตุ
- ต้องหาบอุปกรณ์และสายฉีดน้ำเข้าไปด้วยแรงกาย
แม้เวลาจะทำงานด้วยความเร่งรีบ แต่เพลิงดุดันเกินกว่าจะควบคุม ใช้เวลาถึง 30 นาทีเต็ม จึงสามารถระงับไฟได้
บาดแผลที่หัวใจ นายสมชัยพยายามกอบกู้ของเก่า
นางสาววันณา จันทร์เป่ง รองประธานชุมชน ซึ่งพบเหตุการณ์แรก บอกเล่าถึงภาพที่หัวใจหาย ไฟลุกท่วมจนมิดหลังคา ขณะที่เจ้าของบ้านยังพยายามวิ่งเข้าไปดึงปลั๊กตู้เย็น กลัวไฟฟ้าลัดวงจร
นายสมชัย ได้รับบาดเจ็บจากไฟลวก ก่อนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล IMH ธนบุรี อย่างเร่งด่วน
บทสรุปแห่งโศกนาฏกรรม
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ก่อให้เกิดความเสียหาย:
- บ้านเรือนถูกเพลิงเผา 3 หลังเสียหายสิ้นเชิง
- บ้านได้รับผลกระทบเพิ่มเติม อีก 4 หลัง
- ผู้บาดเจ็บ 1 ราย
เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนสาเหตุที่แท้จริง โดยเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากการจุดเตาถ่านแล้วลืมดับ ซึ่งอาจเป็นบทเรียนให้ชุมชนแออัดทั่วประเทศต้องระวังและเตรียมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินให้ดียิ่งขึ้น





