เปลวไฟแห่งสงครามในตะวันออกกลางยังคงลุกโชนไม่หยุด หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมมือโจมตีอิหร่านครบ 1 สัปดาห์ ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งสูงและการต่อสู้ยกระดับเข้าสู่เฟสใหม่ที่ดุเดือดยิ่งขึ้น
ตัวเลขสูญเสียที่สะเทือนใจ
การสู้รบที่ดำเนินต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านแล้วกว่า 1,230 ราย ตามรายงานของสภาเสี้ยววงเดือนแดง ขณะที่เลบานอนก็สูญเสียประชาชน 77 ราย จากการโจมตีที่ขยายวงกว้างออกไป
"เราต้องการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกบุคคลที่จะนำอิหร่านไปสู่อนาคต และโมจตาบาไม่น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม" - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ยุทธการใหม่ของอิสราเอล: เฟส 2 เริ่มแล้ว
กองทัพอิสราเอลประกาศเปิดฉากปฏิบัติการเฟส 2 ที่มุ่งทำลายระบอบการปกครองและขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านให้หมดสิ้น โดยเน้นการโจมตี:
- ฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินลึก
- โรงงานผลิตขีปนาวุธ
- กลุ่มฮิซบอลเลาะห์
- ยุทโธปกรณ์ทางทหารต่างๆ
พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯในตะวันออกกลาง เปิดเผยว่า การโจมตีได้ผลลดขีปนาวุธพิสัยไกลลง 90% และโดรน 83% หลังทำลายเรืออิหร่านกว่า 30 ลำ
อิหร่านขู่โต้กลับแบบสุดขั้ว
เมื่อถูกจนตรอก อิหร่านขู่โจมตีศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ของอิสราเอล ใกล้เมืองดิโมนา หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยืนกรานเปลี่ยนระบอบการปกครอง ขณะเดียวกันยังคงยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตี:
- ฐานทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย (สกัดได้ 3 ลูก)
- อาคารที่พักและโรงแรมในบาห์เรน
- ฐานทัพอากาศอัลอูเดดในคูเวต (สกัดได้)
เกมการเมืองหลังสงคราม
ประธานาธิบดีทรัมป์ให้ชัดว่า สหรัฐฯ ต้องการมีบทบาทในการเลือกผู้นำใหม่ของอิหร่าน หลังอยาตอเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกลอบสังหาร โดยปฏิเสธโมจตาบา บุตรชายผู้มีแนวคิดแข็งกร้าว
ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซ็ท ยืนยันว่า มีอาวุธเพียงพอต่อสู้ต่อไปได้ตามต้องการ และสามารถใช้ฐานทัพอังกฤษเสริมศักยภาพการโจมตีได้
สงครามครั้งนี้กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนใหม่ของตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจในภูมิภาคอย่างถาวร





