ความหวาดผวาที่เริ่มต้นจากการตกปลาธรรมดาๆ เปลี่ยนเป็นฝันร้ายที่ยืดเยื้อนานเกือบ 20 ชั่วโมง เมื่อชายวัย 40 ปี ต้องเอาชีวิตรอดกลางทะเลนราธิวาส ด้วยการเกาะเจ็ตสกีลอยเป็นเพื่อนคู่ใจ จนกระทั่งหน่วยกู้ภัยทางน้ำพบตัวในสภาพอ่อนระทรวงใจ
ค่ำคืนสุดหวาดผวาของครอบครัว
เหตุการณ์ดราม่าเริ่มต้นในช่วงบ่ายวันที่ 5 มีนาคม เมื่อ นายนวพล ชายอายุ 40 ปี ขี่เจ็ตสกีออกไปตกปลาในทะเลบริเวณฝั่งหาดนราทัศน์ ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส อย่างที่เคยทำอยู่เป็นประจำ
แต่ครั้งนี้แตกต่าง... เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงยามค่ำ เงาของสามีก็ยังไม่ปรากฏกลับบ้าน ภรรยาเริ่มจิตตก กังวลใจ จนต้องรีบประสานหน่วยงานราชการขอความช่วยเหลือ
"การตกปลาที่เริ่มต้นเป็นกิจกรรมสันทนาการ กลับกลายเป็นการเอาชีวิตรอดกลางมหาสมุทร"
ภารกิจค้นหากลางทะเลมืด
พ.ต.อ.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา ผู้บังคับกองบัญชาการตำรวจน้ำ ไม่รอช้า สั่งการให้ทีมตำรวจน้ำนำโดย พ.ต.ต.บุรฉัตร เลี่ยมชาติ เตรียมเรือตรวจการณ์ออกปฏิบัติภารกิจในทันที
ทีมกู้ภัยต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ:
- ท้องทะเลมืดมิดในยามค่ำคืน
- พื้นที่ค้นหากว้างใหญ่ไพศาล
- เวลาที่ผ่านไปทำให้สถานการณ์วิกฤตมากขึ้น
แม้ทีมจะค้นหาตลอดทั้งคืนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของผู้สูญหาย ทำให้ความกังวลทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ช่วงเวลาแห่งความหวัง
รุ่งเช้าวันที่ 6 มีนาคม ทีมกู้ภัยเสริมกำลังด้วยเรือตรวจการณ์ 531 ภายใต้การนำของ ร.ต.ท.ธนพล จิรักษา ขยายพื้นที่ค้นหาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
จังหวะที่คาดไม่ถึงมาถึง! ประมาณเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ค้นพบสิ่งที่รอคอย - นายนวพลปรากฏตัวกลางผืนน้ำ ห่างจากหาดบ้านทอน ตำบลโคกเคียน ราว 1.5 ไมล์ทะเล
สภาพของผู้รอดชีวิต: อ่อนแรงอย่างมาก มีอาการขาดน้ำ หลังต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดกลางทะเลเป็นเวลาเกือบ 20 ชั่วโมง
การกอบกู้ชีวิตกลับคืนมา
ทีมกู้ภัยรีบปฏิบัติการช่วยเหลือด้วยความระมัดระวัง ยกผู้ประสบภัยขึ้นเรือ ก่อนประสานหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเตรียมรับตัวที่ท่าเรือ
การดูแลต่อเนื่อง นายนวพลได้รับการนำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสุขภาพและให้การรักษาอย่างใกล้ชิด
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของ ความปลอดภัยในกิจกรรมทางน้ำ และเผยให้เห็นถึงความเสียสละของเจ้าหน้าที่ที่พร้อมเสี่ยงภัยเพื่อช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง





