ภัยฝุ่นควันคืนมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รัฐบาลพร้อมสู้!
เมื่อเดือนมีนาคมเข้าฉากอีกครั้ง ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันภาคเหนือกลับมาทดสอบความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ แต่ครั้งนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงมือจริงจัง ประกาศเป็นวาระแห่งชาติและระดมกำลังยักษ์ทั้งภาคพื้นดินและอากาศเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มพิกัด
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ผู้อำนวยการกรม ปภ. ออกมาแถลงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาครั้งนี้ให้ได้ผล
อาวุธลับ "เฮลิคอปเตอร์ KA-32" พร้อม Guardian Team
ไฮไลท์การปฏิบัติการครั้งนี้คือการใช้เฮลิคอปเตอร์ป้องกันภัย KA-32ร่วมกับทีมปฏิบัติการพิเศษ "The Guardian Team" บินประจำการใน17 จังหวัดภาคเหนือตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา
สถิติที่น่าประทับใจ: ปฏิบัติภารกิจบินทิ้งน้ำดับไฟแล้ว 66 เที่ยวบิน ใช้น้ำกว่า 198,000 ลิตร ในพื้นที่ 5 จุดสำคัญ
พื้นที่เป้าหมายครอบคลุม: • ตำบลมืดกา อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ • ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน • อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน • ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน
อาร์เซน่อลภาคพื้นดิน 89 หน่วยพร้อมรบ
ขณะที่การโจมตีทางอากาศดำเนินไป ปภ.ยังระดมเครื่องจักรกลจาก5 ศูนย์ป้องกันภัยเขตรวม89 หน่วยลงพื้นที่ ประกอบด้วยยานยนต์สงครามไฟป่าระดับเทพ:
รถดับไฟป่าพร้อมอุปกรณ์ | รถบรรทุกน้ำขนาด 10,000 ลิตร | รถดับเพลิงระบบโฟมแรงดันสูง | ชุดยานยนต์ควบคุมระยะไกล
ทีมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ (ERT) ร่วมกับชุดลาดตระเวนเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงไม่หยุดพัก
"โครงการป่าเปียก" นวัตกรรมป้องกันใหม่
นอกจากการดับไฟแล้ว ปภ.ยังเดินหน้ามาตรการป้องกันเชิงรุกด้วย"โครงการป่าเปียก"ในเชียงใหม่และลำปาง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ป่าและสร้างแนวกันไฟแบบเปียก (Wet Fire Break) ป้องกันการลุกลามของไฟช่วงฤดูแล้ง
ระบบเตือนภัย Cell Broadcast ส่งตรงมือถือ
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจะได้รับการแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่น PM2.5ผ่านระบบ Cell Broadcast ส่งตรงมือถือ ขณะที่สายด่วนนิรภัย 1784 เปิดให้แจ้งเหตุไฟป่าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน ไม่ใช่แค่ปล่อยให้ประชาชนต้องทนอยู่กับอากาศเป็นพิษอีกต่อไป





