วิกฤตน้ำแห้งคืบคลาน! ภาคกลาง-ตะวันออกเหลือน้ำใช้แค่ครึ่งเดียว
เมื่อสัญญาณเตือนภัยแล้งเริ่มส่องแสงสีแดง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเปิดเผยข้อมูลน่าวิตกวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่าแม้ประเทศไทยจะมีน้ำสำรองโดยรวม 62% แต่ภาคกลางและตะวันออกกำลังเผชิญสถานการณ์วิกฤต ด้วยปริมาณน้ำที่เหลือเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
ภาคไหนปลอดภัย ภาคไหนแดงเข้ม?
เมื่อมองภาพรวมทั้งประเทศ อ่างเก็บน้ำต่างๆ มีน้ำสะสมอยู่ 59,049 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 73% ของความจุทั้งหมด แต่เมื่อคำนวณปริมาณที่ใช้งานได้จริงแล้ว เหลือเพียง 62% เท่านั้น
การกระจายตัวของน้ำในแต่ละภาคแสดงให้เห็นความเหลื่อมล้ำที่น่าห่วง:
ภาคที่ยังอุ่นใจ: ภาคตะวันตกนำหน้าด้วย 78% ตามด้วยภาคเหนือ 76% และภาคใต้ 74%
เขตวิกฤต: ภาคกลางเหลือเพียง 52% ขณะที่ภาคตะวันออกวิกฤตหนักด้วยน้ำเพียง 51%
EEC ในสายตาพายุ
สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ สถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลักยังคงพอใช้งาน แต่ต้องเฝ้าระวัง โดยเขื่อนประแสร์มีสถานะดีที่สุดที่ 74% ขณะที่เขื่อนบางพระและหนองปลาไหลมีน้ำ 67-68%
เกษตรกรหายห่วง ผลผลิตเกินเป้า
ท่ามกลางความวิตกเรื่องน้ำแล้ง แต่ภาคเกษตรกลับส่งข่าวดีมาให้ชาวบ้านได้โล่งใจ การเพาะปลูกในฤดูแล้งปี 2568/69 บรรลุเป้าหมาย 96% ของแผนที่วางไว้
โดยเฉพาะข้าวนาปรังที่ให้ผลตอบแทนเหนือความคาดหมาย เพาะปลูกได้ 13.22 ล้านไร่ หรือ 103% ของเป้าหมาย แม้ว่าพืชไร่และพืชผักจะอยู่ที่ 62% ของแผน
อากาศผันแปร คาดฝนน้อยลง
สถานการณ์อากาศในช่วงนี้ยังคงผันผวน ภาคเหนือและกลางกำลังเผชิญพายุฤดูร้อนพร้อมฟ้าร้องฟ้าผ่า ขณะที่ภาคใต้ได้รับฝนเพิ่มขึ้นจากลมตะวันออกเฉียงใต้
การคาดการณ์ 5 วันข้างหน้า (7-11 มีนาคม) ชี้ว่าภาคเหนือและกลางจะมีฝนลดลง ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์น้ำแล้งรุนแรงขึ้น
คุณภาพน้ำยังปกติดี
ข่าวดีสำหรับผู้บริโภคคือคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่แม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จังหวัดปทุมธานี ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในจังหวัดต่างๆ ก็ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยเช่นกัน





