แผนการร้ายที่ซ่อนเร้นภายใต้ความช่วยเหลือ
เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว เมื่อชายวัย 33 ปี วางแผนล่อลวงน้องสาวของอดีตภรรยาชาวลาวให้มาช่วยดูแลลูก แต่กลับกลายเป็นบ่วงแห่งการทำร้าย ส่งผลให้เขาต้องเผชิญข้อหาหนักในศาลจังหวัดนครพนม
นายยงยุทธ (นามสมมติ) ผู้ก่อเหตุ ได้วางแผนอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม โดยอ้างว่าไม่มีเวลาดูแลลูกทั้งสองคน จึงติดต่อขอให้ "น้องโอ" วัย 16 ปี น้องสาวของอดีตเมียชาวลาว เดินทางจากประเทศลาวมายังบ้านโสกแมว ตำบลอุ่มเหม้า อำเภอธาตุพนม
สัญญาจ้างงานที่กลายเป็นฝันร้าย
การตกลงจ้างงานเดือนละ 3,000 บาท เพื่อดูแลหลานทั้งสองคน กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์อันเลวร้าย
หลังจากน้องโอเดินทางมาทำงานได้เพียง 1 เดือน ชายผู้นี้ได้ใช้กำลังบังคับและข่มขืนเธอ เหตุการณ์ที่น่าสยดสยองนี้ทำให้เหยื่อต้องเก็บกดความเจ็บปวดไว้ในใจ จนกระทั่งไม่อาจทนทานอีกต่อไป
เสียงร้องขอความช่วยเหลือผ่านโลกออนไลน์
เมื่อความอดทนมาถึงจุดสิ้นสุด นางสาวฟ้า วัย 25 ปี พี่สาวของผู้เสียหาย ได้ตัดสินใจออกมาร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เรื่องราวนี้เข้าถึง มูลนิธิเป็นหนึ่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว:
• ตำรวจสถานีธาตุพนม เข้าสอบสวนคดี • หน่วยงานพัฒนาสังคม ให้การช่วยเหลือผู้เสียหาย • บ้านพักเด็กและครอบครัว รับดูแลครอบครัวที่ประสบเหตุ
คำสารภาพและหลักฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อถูกเชิญมาสอบสวน ผู้ต้องหาได้ให้การยอมรับในทุกข้อกล่าวหา การตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ยืนยันหลักฐานการถูกทำร้าย
ร้อยตำรวจโทอุดมสุรศักดิ์ สิงห์คะ รองสารวัตรสอบสวน ได้แจ้งข้อหา "ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญและใช้กำลังประทุษร้าย" ก่อนส่งตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม
เบื้องหลังครอบครัวแตกสลาย
ความสัมพันธ์ระหว่างนายยงยุทธและนางสาวฟ้าดำเนินมานานกว่า 10 ปี และมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ได้แยกทางกันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ฝ่ายชายรับไว้เลี้ยงลูกทั้งคู่ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิทของทุกคนไปตลอดกาล
ปัจจุบัน นางสาวฟ้าพร้อมลูกทั้งสองคนและน้องสาวผู้เสียหาย อยู่ในการดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวนครพนม เพื่อรับการฟื้นฟูและความช่วยเหลือที่เหมาะสม





