ความปลอดภัยระดับสูงสุดเริ่มแล้ว
สถานการณ์เต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อเวลา 18.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกตำรวจแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยภาระกิจสำคัญที่ตำรวจไทยต้องเผชิญในช่วงวิกฤตนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีสั่งให้หน่วยงานทุกแห่งพร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง
การเฝ้าระวังครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น เมื่อ ผบ.ตร. กิตติ์รัตน์ พันธุ์เพ็ชร์ ส่งคำสั่งด่วนไปยังทุกหน่วยงาน เพื่อรักษาความมั่นคงแห่งชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้คงอยู่
ใครเป็นแม่ทัพในภาระกิจครั้งนี้
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้านความมั่นคง ได้รับมอบหมายให้ควบคุมภาพรวมภารกิจสำคัญนี้ โดยมีเป้าหมายหลักคือ:
• ยกระดับการรักษาความปลอดภัย บุคคลสำคัญและสถานทูต • เฝ้าระวังคนต่างด้าว ที่อาจก่อเหตุหรือทำผิดกฎหมาย • เพิ่มจุดตรวจสกัด ตามช่องทางชายแดนและทางเข้าออกธรรมชาติ • ประสานความร่วมมือ กับกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สงครามข้อมูลและการป้องกันข่าวปลอม
ไม่เพียงแค่การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพเท่านั้น หน่วยงานตำรวจยังต้องต่อสู้กับภัยคุกคามในโลกออนไลน์ ด้วยการติดตามตรวจสอบสื่อสังคมทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด
เป้าหมายคือป้องกันข่าวปลอมและการบิดเบือนข้อมูลที่อาจก่อความตื่นตระหนก หรือกระทำผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ที่ส่งผลต่อความมั่นคงแห่งชาติ
กรณีพิเศษ: วิกฤตตะวันออกกลางส่งผลถึงไทย
ประเด็นที่น่าสนใจคือ การเข้มงวดกับคนต่างด้าวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศได้ตามปกติ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับคำสั่งให้:เพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาอนุญาตให้อยู่ต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้เหตุการณ์นี้เป็นข้อแก้ตัวในการอยู่เกินวีซ่าหรือแฝงตัวเพื่อหาโอกาสกระทำผิดกฎหมาย
ศูนย์สั่งการ 24 ชั่วโมง
ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าสู่โหมดเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานข้อมูลกับประเทศสมาชิกองค์การตำรวจสากลและใช้กลไกช่องทางทูตตำรวจในการติดตามสถานการณ์
การเตรียมพร้อมครั้งนี้ยังรวมถึงมาตรการรองรับที่ท่าอากาศยาน กรณีที่ต้องรับคนไทยเดินทางกลับจากพื้นที่วิกฤต แสดงให้เห็นถึงการวางแผนที่ครอบคลุมทุกมิติของความมั่นคง





