คนไทยในอิหร่านขอกลับบ้านเพิ่มเป็น 125 คน หนีสถานการณ์วิกฤตตะวันออกกลาง
เมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้น คนไทยที่อาศัยในเขตอันตรายต่างแห่กันขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยล่าสุด จำนวนคนไทยในอิหร่านที่ต้องการอพยพกลับประเทศเพิ่มขึ้นจาก 117 คนเป็น 125 คน ท่ามกลางการโจมตีที่ขยายไปสู่ประเทศข้างเคียงและการปิดน่านฟ้าหลายประเทศ
ภารกิจกู้ภัยชีวิตเริ่มแล้ว 7 มีนาคม
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยในแถลงการณ์จากศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า การอพยพจะแบ่งเป็น 2 รอบ
รอบแรก: 7 มีนาคมนี้ จำนวน 69 คน
รอบที่สอง: 10 มีนาคม จำนวน 56 คน
เส้นทางการเดินทางจะเป็นการเดินทางทางบกจากอิหร่านไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินกลับสู่แผ่นดินไทยใน 2-3 วันข้างหน้า โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เตรียมพร้อมต้อนรับและดูแลที่พักอาหารการ
วิกฤตน่านฟ้า - หลายประเทศสั่งปิด
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงอาเซอร์ไบจานที่ถูกโจมตีทางอากาศ ทำให้พลเรือนบาดเจ็บและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย
ขณะนี้ประเทศที่ปิดน่านฟ้า ได้แก่:
- สหรัฐเอมิเรตส์ (ยูเออี)
- อิสราเอล และซีเรีย
- อิรัก อิหร่าน บาห์เรน
- คูเวต และกาตาร์
ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดน ยังคงเปิดน่านฟ้า โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและโอมานกลายเป็นศูนย์กลางการอพยพทางอากาศสำคัญ
ศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราวเปิดแล้วที่ตุรกี
เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการาจะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกี ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคมเป็นต้นไป เพื่อทำหน้าที่เป็นฐานช่วยเหลือคนไทยและเป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน
สำหรับคนไทยที่ติดค้างเนื่องจากเที่ยวบินถูกยกเลิก รัฐบาลแนะนำให้ติดต่อสายการบินเพื่อขอรับการเยียวยา หรือหากจำเป็นให้ยกเลิกเที่ยวบินและซื้อตั้งใหม่โดยเลี่ยงเส้นทางผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า โดยคนไทยสามารถพำพักในตุรกีได้ 30 วันโดยไม่ต้องใช้วีซ่า
แม้ยังไม่มีรายงานคนไทยในภูมิภาคได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่กระทรวงการต่างประเทศยังคงเรียกร้องให้คนไทยเร่งออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมลงทะเบียนแจ้งที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานทูตไทยในพื้นที่





