หลังจากเงียบหายจากวงการดนตรีไปหลายปี Harry Styles อดีตสมาชิก One Direction ตัดสินใจกลับมาในแบบที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึง ด้วยอัลบั้มใหม่ชื่อ "Kiss All The Time. Disco, Occasionally" ที่บรรจุผลงาน 12 เพลง และครั้งนี้เขาเลือกที่จะท้าทายตัวเองด้วยการทิ้งสไตล์ป๊อปเพื่อความปลอดภัยไว้เบื้องหลัง
เซอร์ไพรส์ที่ไม่ใช่ดิสโก้อย่างที่คิด
แม้ชื่ออัลบั้มจะบอกเป็นนัยถึงดนตรีแนวดิสโก้ แต่สิ่งที่แฟนๆ ได้ฟังกลับเป็น อิเล็กทรอนิกส์ป๊อป ที่เล่นกับเสียงสังเคราะห์และจังหวะที่ชวนให้โยกตัวตาม ซึ่งแตกต่างจากผลงานเดิมที่มุ่งสร้างเพลงฮิตแบบทันทีทันใด
"รอบนี้เขาไม่ได้มาเล่นแบบปลอดภัย แต่เลือกที่จะทดลองเพื่อความเป็นศิลปิน"
ไฮไลต์เพลงที่ต้องฟัง
ในอัลบั้มนี้มีเพลงเด่นหลายเพลงที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง:
- "Aperture" - เพลงแรกที่ปล่อยออกมาสร้างความฮือฮา
- "Pop" - ให้กลิ่นอายแบบ Daft Punk อย่างชัดเจน
- "Season 2 Weight Loss" - นำพาความย้อนยุคมาผสมผสาน
- "Carla's Song" - อิเล็กทรอนิกส์ในแบบชวนฝัน
- "Dance No More" - เพลงที่ดิสโก้ที่สุดด้วยจังหวะฟังก์ยุค 80
ความหลากหลายที่น่าประหลาด
สิ่งที่น่าสนใจคือ Harry ไม่ได้ยึดติดกับแนวเพลงแนวเดียว อัลบั้มนี้ยังมี:
เพลงร็อก อย่าง "American Girls" และ "Ready, Steady Go!" ที่ผสมเบสกับกีตาร์สเปนอย่างลงตัว
บัลลาดออร์เคสตรา ใน "Coming Up Roses" และ "Paint By Numbers" ที่ใช้กีตาร์อะคูสติกเป็นหลัก
เพลงหวานใส อย่าง "Taste Back" และ "The Waiting Game" ที่มีทำนองติดหูแบบเดิม
บรรยากาศแห่งการทดลอง
แทนที่จะเป็นอัลบั้มที่เน้นซิงเกิลฮิต อัลบั้มนี้กลับเหมาะสำหรับการฟังแบบต่อเนื่อง เพื่อสัมผัสบรรยากาศและการทดลองเสียงที่ Harry ต้องการนำเสนอ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า Harry Styles ไม่ได้อยากเป็นแค่ป๊อปสตาร์ที่ทำเพลงขายดี แต่ต้องการเป็นศิลปินที่ท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง และสร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากใครๆ ในวงการ





