การค้าระหว่างประเทศไทยยังคงแสดงสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยเสี่ยงหลากหลายมิติที่อาจกระทบต่อการเติบโตในอนาคต
เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยข้อมูลที่น่าหวังใจเกี่ยวกับภาวะการค้าของไทยในช่วงต้นปี 2569 พร้อมเตือนภัยปัจจัยลบที่ควรจับตามอง

ดัชนีราคาส่งออกพุ่ง เทคโนโลยี-อาหารนำทัพ
ตัวเลขในเดือนมกราคมเผยให้เห็นภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจน เมื่อ ดัชนีราคาส่งออกทะยานขึ้น 1.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยทำสถิติได้ที่ระดับ 112.9 จุด
จุดเด่นของการเติบโตครั้งนี้มาจากหลากหลายแนวทาง ทั้งการผุดขึ้นของเทคโนโลยี AI ที่ขับเคลื่อนความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่สร้างโอกาสให้เครื่องปรับอากาศ และกระแสรักสุขภาพที่หนุนตลาดอาหารแปรรูป
สินค้าอุตสาหกรรมโตสูงสุด 2.8% นำโดยทองคำ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ที่น่าสนใจคือหมวดสินค้าเกษตรกรรมที่ กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 12 เดือน ด้วยการเติบโต 0.2% จากความต้องการผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังและไก่แปรรูปที่เพิ่มขึ้น
ฝั่งนำเข้าคึกคัก ตอบรับการฟื้นตัวภายใน
ขณะที่ดัชนีราคานำเข้าแสดงพลังการเติบโตที่แกว่งขึ้น 4.2% มาอยู่ที่ระดับ 119.2 จุด สะท้อนความต้องการวัตถุดิบและสินค้าทุนเพื่อรองรับการผลิตที่ขยายตัว รวมถึงการบริโภคและการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ค่อยๆ ฟื้นคืนชีพ
ความเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะหมวดวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปที่ พุ่งขึ้นถึง 10.6% จากความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
6 อุปสรรคใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวัง
แม้จะมีสัญญาณดี แต่นายนันทพงษ์ย้ำเตือนถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นลมต้านในระยะข้างหน้า ได้แก่:
• ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ที่ยังคงผันผวน • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ในหลายภูมิภาค • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กระทบห่วงโซ่การผลิต • นโยบายกีดกันทางการค้า ที่อาจรุนแรงขึ้น • การแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือด จากคู่แข่งต่างชาติ • ค่าเงินบาทแข็งค่า ที่อาจกดดันความสามารถในการแข่งขัน
การติดตามปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของการค้าไทยให้ยั่งยืนต่อไป





