จังหวัดระยองกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่บนเวทีศิลปะโลก หลังได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Biennale 2027 ครั้งที่ 5 ต่อจากภูเก็ตที่เพิ่งจบลงในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าจากเมืองอุตสาหกรรมหนักสู่ศูนย์กลางศิลปะสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ
นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย พร้อมคณะผู้บริหารจากหลายภาคส่วน ได้ออกสำรวจพื้นที่เตรียมการจัดงานครั้งสำคัญนี้ เมื่อเร็วๆ นี้
ศิลปะ-อุตสาหกรรม-สิ่งแวดล้อม สามเสาหลักแห่งการเปลี่ยนแปลง
การจัดงานเบียนนาเล่ระยองมีเป้าหมายชัดเจน คือการสร้างสมดุลระหว่างสามมิติที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและปรับภาพลักษณ์จังหวัด
"เราต้องการสร้างมิติใหม่ให้กับเมืองระยอง ไม่ใช่แค่เมืองอุตสาหกรรมและการเกษตร แต่เป็นเมืองที่มีความสมดุลในการพัฒนาอย่างยั่งยืน"
จุดเด่นที่จะตื่นตาโลก 6 โลเคชั่นสุดพิเศษ
จากการสำรวจครั้งนี้ คณะทำงานได้คัดเลือกพื้นที่สำคัญที่จะกลายเป็นจุดจัดแสดงศิลปะ ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเอกลักษณ์โดดเด่น:
- ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ - ศูนย์กลางการเรียนรู้เกษตรครบวงจรบนพื้นที่กว่า 1,300 ไร่
- ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ - จุดศึกษาธรรมชาติริมแม่น้ำระยองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์
- อาคารเก่าถนนยมจินดา - ย่านการค้าประวัติศาสตร์ที่ยังคงเสน่ห์แบบไทย-จีนผสมผสาน
- อาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา PTT LNG - โดมจัดแสดงดอกไม้เมืองหนาวแห่งแรกที่ใช้เทคโนโลยี LNG สร้างสภาพอากาศเย็น
- หาดแหลมเจริญ - จุดชมวิวและจัดกิจกรรมดนตรีริมทะเล
- ตลาดเทศบาลและย่านชุมชนเก่า - พื้นที่วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงชีวิตชีวา
เมื่อศิลปะพบเทคโนโลジีอุตสาหกรรม
สิ่งที่น่าสนใจคือการผสมผสานระหว่างพื้นที่อุตสาหกรรมและศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยี LNG มาใช้สร้างพื้นที่จัดแสดงศิลปะ ซึ่งจะเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวและศิลปินนานาชาติ
กลุ่มศิลปิน "ศิลป์ถิ่นระยอง" ก็พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยได้จัดแสดงผลงานในพื้นที่ต่างๆ เพื่อนำเสนอศักยภาพท้องถิ่นสู่สายตาโลก
การจัดงาน Thailand Biennale Rayong 2027 จะไม่เพียงแต่ยกระดับภาพลักษณ์จังหวัด แต่ยังเป็นการวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระยะยาว




