เมื่อความห่วงกังวลของนายกรัฐมนตรีกลายเป็นเรื่องใหญ่
ความผันผวนในตลาดโลกหลังสถานการณ์ระหว่างประเทศทำให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องออกมาแสดงความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจหลายด้านที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
วิกฤตสามด้านที่หัวหน้ารัฐบาลต้องเฝ้าระวัง
เมื่อเช้าวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ณ กองบินตำรวจดอนเมือง อนุทินเปิดเผยความกังวลครั้งใหญ่หลังการประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำมันเมื่อวันก่อนหน้า โดยระบุว่า:
"เป็นห่วงทุกด้าน ทั้งเรื่องการสำรองน้ำมันในประเทศ ตลาดหลักทรัพย์ และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค"
ปัญหาที่รัฐบาลกำลังเผชิญแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก:
- ความมั่นคงด้านพลังงาน - การสำรองน้ำมันในประเทศ
- ความผันผวนของตลาดทุน - ดัชนีหุ้นที่ไม่แน่นอน
- ภาระค่าครองชีพ - ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจสูงขึ้น
ยุทธศาสตร์ลดผลกระทบสู่ประชาชน
หัวหน้ารัฐบาลเน้นย้ำถึงเป้าหมายหลักของการบริหารจัดการวิกฤตครั้งนี้ ด้วยการ "พยายามดำเนินการทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีผลกระทบ แต่หากเกิดผลกระทบก็ต้องน้อยที่สุด"
อนุทินได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานทำหน้าที่ชี้แจงรายละเอียดมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการราคาน้ำมันให้มีความเหมาะสม
ปริศนาการเจรจากับทูตสหรัฐฯ
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการที่นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถาม เกี่ยวกับการพบปะกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา
แม้ว่าการเจรจาจะใช้เวลา เกือบ 2 ชั่วโมง และคาดว่าเป็นการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่อนุทินกลับหลีกเลี่ยงคำถามด้วยการกล่าวสั้นๆ ว่า "เอาแต่เรื่องน้ำมัน"
ท้าทายใหม่ของรัฐบาล
การที่หัวหน้ารัฐบาลแสดงความกังวลในหลายมิตินี้ สะท้อนให้เห็นถึง ความซับซ้อนของปัญหาเศรษฐกิจ ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในปัจจุบัน
การจัดการคาดหวังของประชาชนและการหาสมดุลระหว่างนโยบายเศรษฐกิจกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่รัฐบาลต้องเดินหน้าด้วยความระมัดระวัง
สถานการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิதความเป็นอยู่ของประชาชนมากน้อยเพียงใด คงต้องรอดูประสิทธิภาพของมาตรการที่รัฐบาลจะนำมาใช้ในระยะข้างหน้า





