ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาย จีนต้องหันไปขอร้องอิหร่าน ให้เปิดทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังเตหะรานประกาศปิดเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญแห่งนี้ เพื่อตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐฯ-อิสราเอล
เมื่อมิตรภาพต้องผ่านการทดสอบ
แหล่งข่าวทางการทูต 3 รายเปิดเผยกับ Reuters เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ว่า ปักกิ่งกำลังอยู่ในการเจรจาเข้มข้นกับอิหร่าน เพื่อขอให้เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากกาตาร์สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม เมื่อกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมขู่ว่าจะ**"โจมตีและเผาเรือทุกลำ"**ที่พยายามแล่นผ่าน เพื่อตอบโต้การลอบสังหารผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี
แม้จีน-อิหร่านมีความสัมพันธ์ที่ดี แต่ปักกิ่งแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อการปิดช่องแคบแห่งนี้
เรือจีนผ่านได้ เรืออื่นติดขัด
ข้อมูลจาก Vortexa บริษัทติดตามเรือ เผยตัวเลขที่น่าตกใจ:
• ก่อนวิกฤต: เรือแล่นผ่านเฉลี่ยวันละ 24 ลำ (มกราคม) • หลังปิดช่องแคบ: เหลือเพียง 4 ลำตั้งแต่ 1 มีนาคม • เรือที่ผ่านได้: ส่วนใหญ่เป็นของจีนหรืออิหร่านเท่านั้น
ล่าสุด เรือ Iron Maiden ที่เป็นของจีนสามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัยเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่เรือบรรทุกน้ำตาลบางลำก็ได้รับอนุญาตพิเศษให้ผ่านได้
เศรษฐกิจโลกสั่นสะเทือน
ผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้กระจายไปทั่วโลก:
ราคาน้ำมัน: พุ่งขึ้นกว่า 15% นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุ
การโจมตี: อิหร่านขยายเป้าหมายไปถึงไซปรัส อาเซอร์ไบจาน และตุรกี
ความเสี่ยง: นักเศรษฐศาสตร์เตือนโลกอาจเผชิญเงินเฟ้อครั้งใหญ่
เส้นเลือดของจีน
สำหรับจีน ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่แค่เส้นทางขนส่งธรรมดา แต่เป็น**"เส้นเลือดด้านพลังงาน"**ที่แท้จริง เพราะ:
• จีนนำเข้าน้ำมัน 45% ผ่านช่องแคบแห่งนี้ • เป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลกที่พึ่งพาพลังงานนำเข้า
เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่าย**"ยุติปฏิบัติการทางทหาร หลีกเลี่ยงความตึงเครียด และปกป้องความปลอดภัยของช่องแคบฮอร์มุซ"**
การเจรจาครั้งนี้จึงเป็นการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่ง-เตหะราน และอาจกำหนดทิศทางของตลาดพลังงานโลกในระยะยาว





