บรรยากาศคึกคักในวันแรกของการเมืองไทยสมัยใหม่ เมื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ควง ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค เดินเคียงข้างกันเข้ารายงานตัวในรัฐสภาแห่งใหม่ เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา โดยฉากนี้ได้กลายเป็นการตอบโต้ข่าวลือเรื่องความแตกแยกในพรรคอย่างชัดเจน
การแสดงละครการเมืองที่น่าสนใจ
ระหว่างที่ทั้งคู่เดินสำรวจอาคารรัฐสภา บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน อภิสิทธิ์ไม่ลืมแซวชัยชนะที่ทำหน้าที่นำทางอย่างขำขัน
"นี่เขารับจ้างทำทัวร์นะ... เมื่อวานชัยชนะมาซ้อมเดินทัวร์อยู่"
การปรากฏตัวร่วมกันครั้งนี้ ถือเป็นการสยบข่าวลือที่แพร่สะพัดเกี่ยวกับรอยร้าวภายในพรรค หลังจากมีการแยกกันมารายงานตัวในวันก่อนหน้า
ความรู้สึกของนักการเมืองผู้กลับมา
อภิสิทธิ์เปิดใจถึงความรู้สึกในวันสำคัญนี้อย่างตรงไปตรงมา เขาสารภาพว่าปีที่แล้วไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาสัมผัสบรรยากาศสภาอีกครั้ง โดยเฉพาะในรัฐสภาแห่งใหม่ที่ตนเองเพิ่งมาเป็นครั้งแรก
งานสภา ถือเป็นงานที่อภิสิทธิ์ทำมาเกือบตลอดชีวิตและชื่นชอบมากที่สุด ทำให้เขาตั้งใจเต็มที่ที่จะเดินหน้าทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม
เร่งด่วน! สร้างรัฐบาลแก้วิกฤต
ในฐานะผู้นำพรรคการเมือง อภิสิทธิ์เรียกร้องให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประเทศมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการบริหาร โดยมีเหตุผลสำคัญ:
• สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน • รับมือปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ซับซ้อน • แก้ไขปัญหาราคาพลังงานที่ผันผวน • จัดการวิกฤตสินค้าเกษตรที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร
สำหรับนโยบายการต่างประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัดในท่าทีที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ
จุดยืนที่ชัดเจนแต่ยืดหยุ่น
เมื่อถูกถามเรื่องความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาล อภิสิทธิ์ให้คำตอบที่ทั้งสุภาพแต่เด็ดขาด การที่พรรคยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้านเต็มตัวถือเป็นมารยาททางการเมือง แต่หากจะร่วมรัฐบาล ต้องยึดมั่นในสิ่งที่สัญญาไว้กับประชาชน
อำนาจการตัดสินใจจะอยู่ที่มติของที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
สำหรับกระแสข่าวเรื่องการสนับสนุน โสภณ ซารัมย์ จากพรรคภูมิใจไทยเป็นประธานสภาฯ อภิสิทธิ์ชี้แจงว่าการยกมือสนับสนุนประธานสภาไม่ได้หมายความว่าจะต้องโหวตสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากพรรคเดียวกันเสมอไป
ท้ายที่สุด
อภิสิทธิ์ไม่ลืมตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความไม่เรียบร้อยอยู่มาก และจำเป็นต้องมีการสะสางเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องสำหรับอนาคต ขณะที่ความหลากหลายของความเห็นในกองเชียร์พรรคถือเป็นเรื่องปกติที่สะท้อนประชาธิปไตยภายในพรรค





